ทีมยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์มีผู้เล่นหลากหลายทีมติด

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
ทีมยอดเยี่ยม เข้ามาโดยแข่งจากอาร์เซนอลติดเข้ามาสองรายจากการทำผลงานได้ดีในเกมที่บุกชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดส่วนคนอื่นๆจะมีใครบ้างลองมาดูกันสิ ผู้รักสาประตูฮาเปอร์สุดไมเคิล (เลเซอร์) นายด่านทีมชาติเดนมาร์กโชว์ฟอร์มได้ศุกร์หน้าประทับใจแม้จะไม่สามารถเก็บคลีนซีสได้ก็ตามจังหวะอ่านเกมบล็อกลูกยิงของพระอาทิตย์แบมฟอร์ดถือว่าทำได้ดี

ทีมยอดเยี่ยม เอามากๆซึ่งในซีซั่นนี้เพิ่งเสียประตูแค่เก้า ลูกจากการลงเฝ้าเสาเจ็ดนัดเท่านั้นกองหลัง ไคล์ วอล์กเกอร์

(แมนฯซิตี้)ประตูชัยของใครวอล์กเกอร์ส่งผลให้เรือใบสีฟ้าคว้าสามแต้มจากเซฟฟิวนายเป็ดซึ่งประตูนี้ของแนวรับทีมชาติอังกฤษคือประตูรแรกในเพียมีลิที่เจ้าตัวทำประตูในเกมยืนโดยก่อนหน้านี้เจ็ดลูกที่เกิดขึ้นจากการเล่นในบ้านตัวเองทั้งหมด
ทีมยอดเยี่ยม

ทีมยอดเยี่ยม เข้ามาโดยแข่งจากอาร์เซนอลติดเข้ามาสองรายจากการทำผลงานได้ดีในเกมที่บุกชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดส่วนคนอื่นๆจะมีใครบ้างลองมาดูกันสิ ผู้รักสาประตูฮาเปอร์สุดไมเคิล (เลเซอร์) นายด่านทีมชาติเดนมาร์กโชว์ฟอร์มได้ศุกร์หน้าประทับใจแม้จะไม่สามารถเก็บคลีนซีสได้ก็ตามจังหวะอ่านเกมบล็อกลูกยิงของพระอาทิตย์แบมฟอร์ดถือว่าทำได้ดี

ทีมยอดเยี่ยม เอามากๆซึ่งในซีซั่นนี้เพิ่งเสียประตูแค่เก้า ลูกจากการลงเฝ้าเสาเจ็ดนัดเท่านั้นกองหลัง ไคล์ วอล์กเกอร์

(แมนฯซิตี้)ประตูชัยของใครวอล์กเกอร์ส่งผลให้เรือใบสีฟ้าคว้าสามแต้มจากเซฟฟิวนายเป็ดซึ่งประตูนี้ของแนวรับทีมชาติอังกฤษคือประตูรแรกในเพียมีลิที่เจ้าตัวทำประตูในเกมยืนโดยก่อนหน้านี้เจ็ดลูกที่เกิดขึ้นจากการเล่นในบ้านตัวเองทั้งหมด

กองหลัง : กาเบรียล มากัลเญส (อาร์เซน่อล)     เป็นหัวใจหลักในแนวรับของ เดอะ กันเนอร์ส กาเบรียล มักยืนถูกที่ถูกเวลา และตามเข้าปะทะใส่ผู้เล่นแมนยูได้อย่างแม่นยำ

    กองหลัง : คูร์ต ซูม่า (เชลซี)    ซูม่า พังประตูลูกที่ 3 ของฤดูกาล จากการลงสนาม 6 เกม ซึ่งเป็นจำนวนประตูมากที่สุดที่เจ้าตัวเคยทำได้

กองหลัง : เรยาน เอท นูริ (วูล์ฟส์)    ก่อนหน้านี้เป็นใครมาจากไหน น้อยคนนักที่จะรู้จักแข้งดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสรายนี้  เอท นูริ แนวรับวัย 19 ปี ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรก แทนที่ โรแม็ง ซาอิสส์ และเด็กคนนี้ก็ประเดิมประตูได้ทันที

    กองกลาง : เจมส์ วอร์ด-เพราส์ (เซาธ์แฮมป์ตัน)    เป็นฟอร์มที่ดีต่อเนื่องจากเกมที่เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน เมื่อนัดก่อน     วอร์ด-เพราส์ สังหารฟรีคิกสุดเฉียบขาด ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 9 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่ทำประตูจากลูกฟรีคิก 2 ลูกในเกมเดียว และเป็นนักเตะคนแรกต่อจาก คริสเตียน เอริกเซ่น ของ สเปอร์ส ที่ทำได้เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2015

กองกลาง : โธมัส ปาเตย์ (อาร์เซน่อล)    แสดงให้เห็นแล้วว่าทำไม อาร์เซน่อล ยอมจ่ายค่าฉีกสัญญา 45 ล้านปอนด์ เก็บกวาดแดนกลางแบบอยู่หมัด แท็กเกิ้ลไปถึง 4 ครั้ง ตัดบอลอีก 2 ครั้งแถมยังเลี้ยงผ่านคู่แข่งอีก 3 ครั้ง สมควรเป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์

    กองกลาง : ฮาคิม ซิเย็ค (เชลซี)    ทำประตูใน พรีเมียร์ลีก ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งฟอร์มโดยรวมของ ซิเย็ค บอกเลยว่าน่าประทับใจสุดๆ    ซิเย็ค เป็นผู้เล่นคนแรกที่สามารถทำได้ 2 ประตูจากการประเดิมสนาม 2 เกมแรกในทุกรายการต่อจาก ดีเอโก้ คอสต้า เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2014

    กองกลาง : แจ็ก กรีลิช (แอสตัน วิลล่า)    แม้ทีมจะตามหลังถึง 4 ประตู แต่ความมุ่งมั่นของ กัปตันทีมวิลล่า รายนี้ ไม่เคยหมด กรีลิช สู้จะพา วิลล่า ตีตื้นขึ้นมา 3 ประตู โดยที่เขาทำประตูจากลูกยิงสุดสวย เรียกจุดโทษหนึ่งครั้ง และแอสซิสต์ให้เพื่อนยิงอีก 1 ลูก

 กองหน้า : คัลลั่ม วิลสัน (นิวคาสเซิล)    สังหารจุดโทษได้อย่างเยือกเย็นพา นิวคาสเซิล ขึ้นนำ เอฟเวอร์ตัน ก่อนที่จะมาเบิ้ลประตูที่สอง โดยถึงตอนนี้ วิลสัน ทำไปแล้ว 6 ประตูจาก 7 เกมแรกที่ลงสนามให้ นิวคาสเซิล ในศึก พรีเมียร์ลีก ซึ่งมีแค่ เลส เฟอร์ดินานด์ เท่านั้นที่ทำประตูได้จำนวนเท่ากันจากจำนวนนัดที่ลงสนามน้อยกว่า( 6 ประตู)

    กองหน้า : เจมี่ วาร์ดี้ (เลสเตอร์)    แทบจะมีส่วนร่วมกับทุกประตูที่ เลสเตอร์ ทำได้ที่สนาม เอลแลนด์ โร้ด ซึ่งหลังจบเกมนี้ยอดประตูที่ วาร์ดี้ มีส่วนร่วมโดยตรงพุ่งขึ้นไป 13 ลูก จาก 12 เกมหลังในศึก พรีเมียร์ลีก (11 ประตู 2 แอสซิสต์)

Leave a Replay