นับถอยหลัง 4 นัดสุดท้าย สู่แชมป์ พรีเมียร์ลีกเนื่องจากแต้มในตารางการแข่งขันอย่างเป็น

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
นับถอยหลัง 4 นัดสุดท้าย เป็นที่แน่นอนกว่าแช่แป้งแล้วว่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไม่พลาดตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 นี้อย่างแน่นอน เนื่องจากแต้มในตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการระบุว่าพรีเมียร์ ลีก ลิเวอร์พูล ยังเป็นจ่าฝูงอยู่อย่างเห็นได้ชัดด้วยสถานการณ์ในเรื่องของฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2019-20 ในเวลานี้ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ผ่านศึกครั้งนี้ไปแล้วถึง นัดที่ 27 โดยมีคะแนนสะสมถึง 79 คะแนนอยู่ในกำมือ ขณะที่แชมป์เก่าอย่าง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้แค่ 57 คะแนน เป็นคะแนนที่ตามมาห่าง ๆ ซึ่งก็เท่ากับว่าลูกทีม เยอร์เกน คลอปป์ ยอดกุนซือชาวเยอรมัน ขอแค่เพียงชนะในเกมอีกเพียง 4 นัดที่เหลือเท่านั้น

นับถอยหลัง 4 นัดสุดท้าย พวกเขาก็จะได้ฉลองแชมป์ลีกสูงสุดของวงการฟุตบอลลีกอังกฤษเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีในประวัติศาสตร์ของสโมสร

กันอย่างสมเกียรติ ซึ่งเป็นการได้แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ของลิเวอร์พูลเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรอีกด้วยมาดูศึกหรือโปรแกรมพรีเมียร์ ลีกครั้งต่อไปอีก 4 นัดที่เหลือกันดีกว่า ว่าหงส์แดงจะปีนขึ้นไปเพื่อใคว่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้หรือไม่ เริ่มจากต้องบุกไปเยือน "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด (29 ก.พ.63) ถัดมา เปิดรังรับทีมเยือน "เดอะ เชอร์รีส์" บอร์นมัธ (7 มี.ค.63) จากนั้นบุกขึ้นไปตีรัง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน (17 มี.ค.63) และเปิดบ้านอีกทีพบกับ "อินทรีผงาด" คริสตัล พาเลซ (22 มี.ค.63)มองดูอย่างเซียนแล้ว ลิเวอร์พูลจะต้องเจอเกมหนักได้หนึ่งเกมนั่น
นับถอยหลัง 4 นัดสุดท้าย

นับถอยหลัง 4 นัดสุดท้าย เป็นที่แน่นอนกว่าแช่แป้งแล้วว่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไม่พลาดตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 นี้อย่างแน่นอน เนื่องจากแต้มในตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการระบุว่าพรีเมียร์ ลีก ลิเวอร์พูล ยังเป็นจ่าฝูงอยู่อย่างเห็นได้ชัดด้วยสถานการณ์ในเรื่องของฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2019-20 ในเวลานี้ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ผ่านศึกครั้งนี้ไปแล้วถึง นัดที่ 27 โดยมีคะแนนสะสมถึง 79 คะแนนอยู่ในกำมือ ขณะที่แชมป์เก่าอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้แค่ 57 คะแนน เป็นคะแนนที่ตามมาห่าง ๆ ซึ่งก็เท่ากับว่าลูกทีม เยอร์เกน คลอปป์ ยอดกุนซือชาวเยอรมัน ขอแค่เพียงชนะในเกมอีกเพียง 4 นัดที่เหลือเท่านั้น

นับถอยหลัง 4 นัดสุดท้าย พวกเขาก็จะได้ฉลองแชมป์ลีกสูงสุดของวงการฟุตบอลลีกอังกฤษเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีในประวัติศาสตร์ของสโมสร

กันอย่างสมเกียรติ ซึ่งเป็นการได้แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ของลิเวอร์พูลเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรอีกด้วยมาดูศึกหรือโปรแกรมพรีเมียร์ ลีกครั้งต่อไปอีก 4 นัดที่เหลือกันดีกว่า ว่าหงส์แดงจะปีนขึ้นไปเพื่อใคว่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้หรือไม่ เริ่มจากต้องบุกไปเยือน “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด (29 ก.พ.63) ถัดมา เปิดรังรับทีมเยือน “เดอะ เชอร์รีส์” บอร์นมัธ (7 มี.ค.63) จากนั้นบุกขึ้นไปตีรัง “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน (17 มี.ค.63) และเปิดบ้านอีกทีพบกับ “อินทรีผงาด” คริสตัล พาเลซ (22 มี.ค.63)มองดูอย่างเซียนแล้ว ลิเวอร์พูลจะต้องเจอเกมหนักได้หนึ่งเกมนั่น

คือ การบุกไปเยือนเพื่อนร่วมเมืองอย่าง “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ที่ผลงานระยะหลังกลับมาดีวัน ดีคืน ขึ้นมาในยุคของ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือใหญ่ชาวอิตาลี ไม่ใช่งานง่าย ๆ ที่จ่าฝูงอย่างหงส์แดง จะบุกไปเอาชนะหรือคว้าคะแนนเต็มแต่ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงของลิเวอร์พูลที่ ชนะ 26 เสมอ 1 จาก 27 นัดที่ผ่านมา มันก็ชี้ให้เห็นได้ว่า ยอดทีมแห่งแอนฟิลด์ ต้องรู้วิธีการเอาชนะคู่แข่งได้เป็นอย่าดี ก็ไม่น่าจะผิดหวังในการบุกเยือนในครั้งนี้ เพื่อเก็บสามคะแนนกลับบ้านอีกไม่นานคงได้รู้กับ หากไม่มีอะไรผิดพลาด 22 มีนาคมนี้ จะเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ของประวัติศาสตร์พรีเมียร์ ลีก และลูกหนังเมืองผู้ดี หรืออาจเลยไปถึงวงการลูกหนังโลกทีเดียว นี่คือโปรแกรมนัดถัดไป คือ การไปเล่นที่ เอติฮัด สเตเดียม มันน่าตื่นเต้นตรงนี้แหละ ก็ตรงที่แชมป์เก่าอย่าง “เรือใบสีฟ้า” ที่กำลังมีปัญหาคาใจนอกสนาม ที่จะต้องมายืนให้กำลังใจในสนามครั้งนี้ให้กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก่อนแข่งนี่ซิ

Leave a Replay